http://bailang.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 ต้นเหลียง

สถิติ

เปิดเว็บ27/06/2011
อัพเดท15/05/2019
ผู้เข้าชม485,399
เปิดเพจ756,225

ข้อมูลต้นเหลียง

กิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดคลอโรฟิลล์ด้วยเอทานอลจากผักเหมียง

พันธุ์ผักพื้นบ้านและไม้ผลพื้นเมืองภาคใต้

ข้อมูลของหนังสือผักเหลียง

ผักเหลียงชุมพร

ราชินีแห่งผักพื้นบ้านภาคใต้

ปลูกต้นไม้ ๘๔ ชนิด เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ปลูกผักเหมียงในสวนยาง รายได้ง่าย ๆ

โครงการส่งเสริมอาชีพเสริมและเงินหมุนเวียน

การปลูกผักเหลียง

การศึกษาทางสัณฐานวิทยาและกายวิภาคของผักเหมียง

ปลูกผักเหลียงเป็นพืชแซมสะตอ

เส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นทางที่ 1 ชมธรรมชาติรอบๆป่าวัดสวนวางระยะทาง 500 - 600 เมตร

การปลูก”ผักเหมียง(เหลียง)”ร่วมกับต้นยางพารา

ปลูกผักเหมียงแซมยาง เสริมรายได้

ต้นไม้พื้นบ้านทางใต้ ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และน่าจะปลูกได้ทุกที่

การปลูกผักเหลียงในสวนยาง

ปลูกผักเหลียงในภาคเหนือ

Cara mencegah penuaan dini atasi pakai daun MELINJO !!

ผักปลอดสารพิษ

ผักพื้นบ้าน

iGetWeb.com
AdsOne.com

สวนผลไม้ ล่องแก่ง น้ำตก พะโต๊ะ ชุมพร

สวนผลไม้ ล่องแก่ง น้ำตก พะโต๊ะ ชุมพร

สวนผลไม้ ล่องแก่ง น้ำตก พะโต๊ะ ชุมพร ตอนที่ 1

สวัสดีครับ     

ผ่านทริปสมบุกสมบัน ธัมมะธัมโม ตื่นเต้นหวาดเสียว ติดต่อกันมาหลายทริปแล้ว ลองผ่อนคลายด้วยทริปสบายๆรายการหลวมๆ แบบ เที่ยวตามใจ.. ไปตามกลุ่ม.. แล้วแต่อุ้มไปไหน.. เพราะเนื้อใหญ่ใจความอยู่ที่.. ว่าไงว่ากัน บ้างปะไร     

แล้วถ้าใครคิดว่า จะไม่สนุก จะไม่สะใจ คิดผิดคิดใหม่ได้เลยครับ เพราะข้อเท็จจริงก็คือ ค่อนไปทางล้นแก้ว เว่อร์ชนิด ทานกันไม่หวัดไม่ไหว ผจญภัยไม่หย่อนไม่ย่อ เฮฮาหัวรอกันจนปวดเอว ปวดกราม เสียงแห้ง ไปหมด.....

ก็เพื่อนน่ะ...จะให้น้อยกว่านี้ได้อย่างไร.....     

....ชวนเที่ยวหลังสวน จังหวัดชุมพร ครับ ตอนนี้ ผลไม้ลองกอง ทุเรียน เงาะ กำลังสุกครับ..... ใครจะไปปีนต้นเงาะ ที่บ้านพล ก็ เชิญได้เลยครับ ....ใครที่ยังไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวที่ไหน ไปเที่ยวที่ บ้านพลกันเถอะ......

ทริปเที่ยวบ้าน ทริปเยี่ยมญาติ อย่างนี้หรือที่เขามาชวนกัน......   

แต่ชื่อ พล[/] และ (เมื่ออ่านต่อๆไป) คุณโอ.. น้องม่อน... enut… mamgapee… ลุงแซม.. ป้าโหน่ง.. ปอง... ต้อง... แอ๊ว... น้อง อันปลั๊ก...และ พี่ปอง .....เท่านี้ก็เกินพอแล้วกระมังครับ... ถ้าถามผม คำตอบสุดท้ายคือ.. ถ้าเป็นกลุ่มนี้ จับไปวางที่ไหนบนแผนที่ ก็ไปกับเขาได้เลย.....    

ไม่มีคำว่าจืดชืด ไร้รสชาติ หรือ ก็งั้นๆแหละ อย่างเด็ดขาดอยู่แล้วครับ

ชมภาพข้างบนแล้ว ไม่อยากเชื่อใช่ไหมครับว่า เวลาสั้นๆแค่ 2 วัน ไหงไปกันมากกันมายขนาดที่เห็น ฝีมืออำนวยการสร้างของใครหรือ

ได้ครับ ยกตอนจบมาไว้ตั้งแต่ความคิดเห็นที่ 1 อย่างนี้ ก็ได้ครับ

(เรียงตามเข็ม นาฬิกา) คุณโอ และคุณพล พร้อมเสื้อที่สกรีนอ่านชัดว่า "ที่นี่มีแต่เพื่อน"   ......

ถัดมา ทั้งคู่ ถ่ายพร้อม คุณพ่อ คุณแม่ ที่ดูแล้วค่อนไปทางพี่ชายพี่สาวมากกว่า     

Almon หรือ น้องม่อน ที่เอาล่อเอาเถิด กับพวกเรา จนกระชุ่มกระชวยไปตามๆกัน   

และ (จากซ้าย) คุณแม่สะอาด คุณสมหมาย คุณยาย คุณสมหวัง และคุณอำไพ....คุณแม่ และ คุณน้า ของคุณแม่สะอาดครับ     

อำนวยการสร้างโดยทีมปึ๊กน้ำใจระดับนี้ ความสุขไม่ล้นปรี่ก็ให้รู้ไป    

วัน-เวลา : ศุกร์ที่ 10 กันยายน 2547
สถานที่ : ปั้ม ปตท. สนามเป้า

ณ จุดนัดหมายนี้ นอกจากเพื่อนๆที่ห่ างหายกันไปแค่อาทิตย์เดียวแล้ว เรามีเพื่อนใหม่มาเสริมทีม 1 คน คือ น้องเกษ ครับ    

แถมยังได้รู้หน้าค่าตาของ สาว เอ a_anna ผู้โด่งดัง ที่แวะเอารูปล่องแก่งมาส่ง เอ แหม่มกะปิ ด้วยครับ .....เอ แรกจะไปล่องน้ำเข็กน้ำโจน ในวันเสาร์ครับ..    

ยังครับ...ยังไม่พอ รถตู้ข้างๆก็นักเที่ยวเหมือนกัน อาจจะไม่คุ้นหน้าคุ้นชื่อในห้องนี้นัก แต่ที่ห้อง "เพื่อนกันวันดูนก" ละก็ นี่แหละขาใหญ่ของห้องล่ะครับ....

จากซ้าย คุณเจี๊ยบ คุณมาลัย คุณเกียง และ คุณ Un.K ครับ ....ยินดีมากครับ ที่ได้รู้จักครับ.....     

คณะดูนก กำลังจะเดินทางไป อช.น้ำหนาวกันครับ

ออกเดินทางประมาณ3 ทุ่ม แล้วรถก็พวกเรามาถึงไหนไม่ทราบ สังเกตแค่ว่า หยุดรอแถวถนน ธนบุรี-ปากท่อ เห็น นัท วิ่งลงรถไป รับ สาวน้อยหน้าหวานคนหนึ่งมาขึ้นรถ........รถเบ้นซ์สปอต ที่จอดตามหลังมา....    (อ้อ ลืมเล่าไปครับว่า ทริปนี้ประกอบด้วยรถตู้ 1 คัน และ เบ้นซ์สปอร์ตอีก 1 คันครับ)....

เฮ้อ...ในใจของพวกเราคิดตรงกันแบบวันมาฆะบูชา(โดยไม่ได้นัดหมาย)ว่า ถ้าให้น้องเค้ามานั่งคันนี้ แล้วให้พี่ปอง ไปนั่งคันโน้น ชีวิตเราคงจะชื่นมื่นไม่น้อย....    

ล้อเล่น จริงๆครับ..... เพราะที่พวกเรา ได้ฮาตรึมจนรถตู้กระดกกระด อนไปตลอดทางทั้ง 2 วัน ลูกเล่นฝีมือ พี่ปอง คนเดียว คนอื่นไม่เกี่ยวจริงๆครับ ยืนยันครับ     

ท่านผู้อ่านที่รักครับ ขออนุญาตเรียนแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับ นางเอกของทริปคนใหม่ของเรา ....น้องโอ๋ ครับ (ปรบมือ)

ขับเลยมาอีกหน่อย ถึงปั้ม ได้โอกาสรู้จักกับ คุณต๊ะ (เหมือน คุณกัณฑ์ คนแบกเป้ หรือ เช กุวารา กันแน่หว่า) ซึ่งจะมาสับเปลี่ยนขับรถตู้ แล้วให้คุณพลไปร่วมกลุ่มกับครอบครัว น้องโอ๋ น้องเกษ ในเบ้นซ์สปอร์ตแทน....

โปรดสังเกต.....ขนาดจอดพักยืดเส้นยืดสายในปั้ม ใครเอ่ยที่ยังสาดมุกตลอด

เช้ามืดราว 6 โมง เราก็เดินทางผ่านชุมพร หลังสวน มายัง บ้านละแม (ชื่อภาษาอังกฤษเขียนว่า La Mae เก๋ยังกับชื่อเมืองฝรั่งเศสเชียวครับ) เลี้ยวอีก 10 กม.เศษ เข้าไปยังบ้านสวนอย่างที่เห็นในกระทู้เชิญชวนแล้ว     

บรรยากาศเช้ามืด อากาศบริสุทธิ์ กระตุ้นให้เรามีพลังเพิ่มขึ้นอย่างประหลาด ....ไม่น่าสงสัยเลยใช่ไหมครับว่า ความฝันของใครต่อใคร ล้วนแต่อยากใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในบ้านสวนกันทั้งนั้น.....   

ครอบครัวของคุณพล ซึ่งมีคุณยายเป็นเสาหลักและร่มโพธิ์ร่มไทรนั้น ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่บนเนื้อที่ ภาพ 70 ไร่ ...(เอ๊ย..70 ไร่เฉยๆ ไม่มีภาพครับ)....ไม้ผลมีทั้งเงาะ ลองกอง เงาะ ส้มโอ ทุเรียน เต็มไปหมด....เรียกว่าเช้าขึ้นมา แค่เก็บโน่นเก็บนี้ใส่รถกระบะ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเตร่ไปหลังสวน (30 กม.) ก็ได้เงินพันสองพันกลับมาดูเล่นแล้ว...   

ญาติพี่น้องของคุณพล ก็แยกย้ายกันปลูกบ้านสร้างครอบครัวของตัวเองในบริเวณติดๆกันนี้แหละครับ.....เรื่องที่พัก ห้องน้ำห้องท่า สำหรับคณะเรา 10 กว่าคน จึงเป็นเรื่องจี๊บจ๊อยมากครับ  

ใครจะว่ายังไงเป็นยังไงไม่ทราบครับ แต่พวกเราหลายคนไม่เคยมีความรู้มาก่อนเลยครับว่า ต้นลองกอง เป็นอย่างนี้นี่เอง....

ยังไม่ต้องล้างตาแปรงฟัน ก็ขอฉลองศรัทธาให้เต็มปากเต็มคำก่อนเถอะ ....เด็ดจากต้นสดๆอย่างนี้ เคี้ยวกร้วมๆอย่างนี้ แค่ลงรถไม่ถึง 10 นาที ก็เรียกทุนคืนกันคนละหลายสิบแล้วครับ     

ไม่ครับ...ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ ...ก็มีเป็นพรืดนับร้อยต้น... แค่เห็นที่หล่นเกลื่อนกลาดตามพื้นไม่มีใครสนใจ ก็รู้แล้วครับว่า มีแรงทานเท่าไหร่เชิญตามสบาย ชื่นใจเจ้าภาพอีกต่างหากครับ      

"...เอ้า... เร้ว... มาทานกาแฟกันค่ะ" เสียงคุณโอตะโกนเรียกชูชกทั้ง 2 เพศ    

คุณพล เตรียมปาท่องโก๋ จากตลาดมาเผื่อแล้วครับ จะแกล้มกาแฟ ไมโล โอวัลติน เชิญตามสบายครับ

ทานกาแฟเสร็จ ยังไม่ทันเช็ดริมฝีปาก...โน่น...มาแล้วครับ ข้าวต้มเครื่องร้อนๆ....โอย ไม่ไหวแล้วครับ ยังตื้ออยู่เลยค่ะ....แต่.....

เอาก็เอา     

เติมข้าวต้มกันคนละชามสองชาม แค่ลุกออกจากที่ ก็อดใจไม่ไหว เลี้ยวเข้าสวนอีกแล้วครับท่าน

ถ้าคุณพลจัดทริปนี้เป็นทริปแรกและทริปสุดท้าย บ๊ายบายไม่ขอพบพานอีกละก็.....ผมคนหนึ่งแหละครับ ที่เข้าใจความรู้สึกของคุณดีว่าเพราะอะไร        

เดินกลับมาที่ลานหน้าบ้าน แล้วถือโอกาวขึ้นไปพูดคุยกับคุณแม่สะอาด แล้วพี่ปองก็เป็นตัวแทนของพวกเราไหว้พระคารวะบอกเจ้าที่เจ้าทางตามประเพณีไทยๆยามไปเยือนถิ่นอื่น

ณ ที่นี่ เราได้รับทราบว่า บรรพบุรุษของคุณพล คือคุณตา คุณยาย เป็นชนเชื้อสายมอญ ซึ่งค่อนข้างเคร่งประเพณีและวัฒนธรรมมาก

โดยความเชื่อของชาวมอญนั้น หญิงชายที่ไม่ใช่เจ้าบ้าน จะนอนติดกันไม่ได้ และแมวก็เป็นสัตว์เลี้ยงอีกอย่างที่มีความเชื่อต่อเนื่องกันมาว่า ใครตบหัวแมวจะมือสั่นเป็นโรคพาร์กินสัน การฆ่าแมวเท่ากับฆ่าเณร 1 องค์ปานนั้น เป็นต้น..

แต่สิ่งเหล่านี้ ไม่เป็นปัญหาของพวกเราเลยครับ เพราะรักแมวรักหมารักสัตว์กันทุกคน ส่วนเรื่องการนอนก็ยิ่งสบาย เพราะมีบ้านถึง 4 หลังให้เลือก แถมเราส่วนหนึ่งก็ตั้งใจกางเต้นท์นอนกันที่ลานหน้าบ้านอยู่แล้วครับ    

เอแหม่ม จัดการโทรติดต่อนัดหมายเวลากับทีมล่องแก่งที่จองไว้...แล้วก็ได้เวลาขูดรีดคนไร้ทางสู้คนละ 1500 แล้วไปแบ่งกันเสวยกับคุณพลแค่ 2 คน

ใกล้ 10 โมงตามเวลานัดแนะ เราก็ออกเดินทางไปยัง ชมรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าต้นน้ำพะโต๊ะ เพื่อล่องแก่งกัน

แล้วเราก็ขึ้นรถกระบะของชมรมฯเดินทางไปยังต้นน้ำซึ่งอยู่ห่ างออกไปประมาณ 7-8 กม.

ทีมล่องแก่ง ของเราแบ่งออกเป็น 2 ทีมๆละ 6 คนครับ เที่ยวนี้ผมและคุณนายเจ็บแล้วจำ ไม่ลืมนำเสื้อชูชีพส่วนตัวมาด้วยครับ ค่อยลดความหวาดหวั่นลงไปบ้าง

น่าเสียดายอยู่เหมือนกันครับว่า ช่วงนี้น้ำในแก่งลดระดับจนถึงขั้นน้อยมาก ถามสต๊าฟดูว่าอยู่ในระดับไหน 1 หรือ 2 ...ได้รับคำตอยเร็วปรื๋อว่า ไม่มีระดับ ครับ    

มิน่า เมื่อน้องโอ๋ และน้องเกษ ไม่ได้จองล่องแก่งมาก่อน เราขอเสริมโดยบอกว่า เพิ่มเป็นลำละ 7 คนก็ได้ เขาถึงไม่สนับสนุน เพราะกลัวจะติดหินนั่นเองครับ

น้ำไหลเอื่อยๆ ขนาดเราพกกล้องกันติดตัวไปแบบไม่สะทกสะท้าน และมีโอกาสถ่ายรูปงามๆได้หลายซีนครับ

ทั้งหมดเราจะล่องผ่านแก่งที่(เคย)ระทึกใจ(ยามน้ำขึ้น) 6 แก่งด้วยกันครับ เมื่อผ่านแก่งที่หนึ่ง ก็มีรายการเรียกน้ำย่อยได้นิดหน่อย แต่เสียงหวีดร้องเป็นการสร้างบรรยากาศมากกว่าตื้นเต้นจริงครับ

มาถึงแก่งที่สอง ค่อยน่าสนใจขึ้นมานิด...และเรามีโอกาสจอดเรือ เดินท่องว่ายท่องขึ้นไปบริเวณแอ่งน้ำไหล เพื่อสไลด์ตัวเล่นน้ำลงมา......โดยพี่ปองเริ่มก่อน และผมตามมาทีหลัง....และมีคนรอต่อคิวอีก 2-3 คน

จะด้วยตัวผมหนักเกินหรือเปล่าไม่ทราบ เพราะตอนไหลลงนั้น สะโพกและต้นขากระแทกหินข้างล่าง 2- 3 บึ๊บ เล่นเอาปวดชาไปทีเดียว จึงรีบโบกมือบอกเพื่อนๆว่า อย่าดีกว่า อันตราย....

แต่พี่ปอง ขอลองอีกรอบ ... ปรากฎว่า เที่ยวนี้ แขนฟาดหินข้างๆ 2-3 หน เคล็ดขัดยอกมีเลือดปริ่มๆเหมือนกัน...      

ผ่านแก่งที่ 3 มาอย่างมันส์ในอารมณ์ขึ้นมาอีกหน่อย แล้วก็มีรายการพักเพื่อขึ้นฝั่งไปทานอาหารกลางวันกันครับ

มารู้ตัวว่าหิวเหมือนกัน เพราะล่องแก่งผ่านไปตั้ง 2 ชั่วโมงแล้ว ก็ตอนขึ้นฝั่ง และมีการเสิร์ฟอาหารนี่แหละครับ

เที่ยวนี้หิวกันถ้วนหน้าครับ ไม่ใช่ไม่หิวเฉพาะพี่ปองคนเดียว อย่าง ดช.ต๋อง เคยแซวว่า พี่ปองไม่หิว เพราะกินแรงเพื่อนซะอิ่มตอนพายเรือคายัคด้วยกัน นะครับ

แล้วเราก็ได้ประสบการณ์ใหม่ ได้ลิ้มลองข้าวสวยห่อใบตองกล้วยใส่กระบอกไม้ไผ่เผาไฟครับ

เวลาจะทานก็เอาขวานจามแยกเป็น 2 ซีก แล้วแกะห่อแบบเดียวกับข้าวต้มมัด ทานกับกับข้าวอีก 4-5 อย่างที่วางเรียงยั่วน้ำลายยิ่งนัก..

แกงเหลือง....ปลาทูทอด...ผักต้มกะทิ...และไข่เจียวที่มีดอกอัญชันแซมประดับมาอย่างสวยงามครับ   

ผักเหลียง..น้ำพริกกะปิรสจัดจ้าน....อาหารทุกจานเติมได้ไม่อั้น ..ตบท้ายด้วยกล้วยไข่ และทุเรียน(โทษครับ ถ่ายรูปไม่ทันจริงๆครับ)..แล้วผลก็คือ......อย่างที่เห็นครับ

ยังครับ เรายังไม่ไปล่องแก่งต่อ แต่จะสลับรายการด้วยการท่องน้ำตก เหวโหลม โดยนั่งรถกระบะไปอีก 2-3 กม.ครับ

ขณะที่เราไปถึง ก็ได้เวลาสวนกับคุณโอ น้องเกษ น้องโอ๋ ที่เล่นน้ำตกกันก่อนหน้าแล้ว

ภาพประกอบของผม ดูไม่ระทึกใจเท่าของจริงที่เสียงน้ำไหลดังโครมครามกระหึ่มได้ยินแต่ไกล พร้อมสาดกระเซ็นละอองน้ำไปทั่วบริเวณ.......ถ้ายังไงรอดูฝีมือท่านอื่น โดยเฉพาะของลุงแซม นัท ต้อง ปอง แล้วกันนะครับ เพราะผู้กล้าเหล่านี้ ลงไปข้างล่างกดชัตเตอร์หลายเหลี่ยมหลากมุมแบบไม่เกรงการลื่นไถลเลยครับ

นั่งตากละอองน้ำบ้าง แช่น้ำในแอ่งบ้าง จนหนำใจ แล้วเราก็นั่งรถกลับมาที่ร้านอาหารเดิมเพื่อล่องแก่งต่อ.....

ช่วงนี้มีรายการเจ้าจ๋อโชว์ ที่เรียกเสียงหัวเราะจากพวกเรายกใหญ่ แต่รูปที่ผมถ่ายน่าจะไม่มันส์สะใจเหมือนของท่านอื่น จึงขอให้รอดูกระทู้ของเพื่อนนะครับ

แก่ง 4 แก่ง 5 ก็เช่นกันครับ ไปอย่างเรื่อยๆมาเรียงๆ แต่มีช่วงตื่นเต้นสลับบ้างก็ตรงนายท้ายเรือโดนกิ่งไม้เกี่ยวตกน้ำ 2 รอบ 3 รอบช่วงน้ำเชี่ยว และอีกช่วงที่ต้องรอเรืออีกลำที่จำต้องแวะพักเพื่อสูบลมเกือบครึ่งชั่วโมง ในขณะที่ลำของเรา เบาะที่นั่งก็แฟบลงแฟบลงไปแล้ว..........

นึกๆก็ให้เห็นใจเขาเหมือนกันครับ ลุยน้ำตื้นโดนหินขีดข่วนทุกรอบ ปะรั่วครั้งแล้วครั้งเล่า เรือยางราคา 3 หมื่นกว่าก็ยากจะทานทนต้องพกสูบติดไปด้วยทุกครั้งเหมือนกันครับ

ช่วง 200 เมตรสุดท้าย ก่อนจะถึงแก่ง 6 ที่สนุกกว่าเพื่อนครับ ....ผ่านช่วงนี้ไปหน่อย ก็มีการปล่อยให้ลงเล่นน้ำกันพอเย็นใจ แล้วค่อยๆปีนป่ายขึ้นฝั่งตรงใกล้ๆวังมัจฉาครับ

ระหว่างรอรถมารับครับ.....

ราว 4 โมงครึ่ง เราก็กลับมาที่บ้านพัก และกางเต้นท์ แยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว แล้วก็เช็คหาเหรียญบาท เหรียญห้า เหรียญสิบกันเพื่อจะเตรียมไว้หยอดตู้โทรศัพท์โทรไปบ้านหรือคุยกับเพื่อนๆ........มั้ง     

สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกคน

ต้องขออภัยด้วยครับ ที่ปล่อยให้รอ แต่จำเป็นจริงๆครับ เพราะต้องเสียเวลาวิ่งไล่ตามซาเล้งที่ขโมยราวตากผ้าหน้าบ้านไป... เอ๊ย... ไม่ใช่ครับ...มัวคุยโทรศัพท์กับกิ๊ก และขอหอมสิ่งมีค่าสุดสงวน (Teen) ของหล่อน....เอ๊ย....ไม่ใช่ครับ....ที่จริง เพื่อนแวะมาทานข้าวที่บ้านด้วยอ่ะครับ......อุ๊บ เผลอตัวคิดว่าเป็นพี่ปองไปเสียแล้วเรา     

เข้าเรื่องต่อดีกว่านะครับ.......

อาหารมื้อค่ำวันนี้ เป็นสุดยอดของความเลิศรสก็ว่าได้เต็มปากครับ เพราะฝีมือคุณภานั้น ไม่ใช่ระดับธรรมดา แต่เป็นกุ๊กมือหนึ่งของภัตตาคารดังมาแล้ว ทุกคนยกนิ้วให้ดาวกันดังนี้ครับ

ปลาจาระเม็ดเปรี้ยวหวาน 5 ดาว
สะตอผัดกุ้ง 5 ดาว
ปลาทูทอด 4 ดาวครึ่ง (ทอดกรอบทานได้ทั้งตัวหัวยันหาง)
น้ำพริกกะปิ 4 ดาวครึ่ง (ไม่เผ็ดมากในทรรศนะของคนใต้)

เราตักข้าวหลายรอบ นั่งทานกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่สนใจสิ่งรบกวนสมาธิอื่นใด.... ยกเว้นชายหนุ่มรูปงาม สมาร์ทบึกบึน ท่านหนึ่ง ที่นั่งหันหน้าไปทางจอทีวีตลอด เพราะติดละครตัวอิจฉาตบ*างเอกทางช่อง 3........โอ้ อนิจจา ช่างเป็นไปได้

แอ่น แอ๊นนนน เชิญทัศนาให้ประจักษ์ว่า ม่ายด้ายโม้ม้ม้ม้ม้

หลังอาหารค่ำ ที่อิ่มตื้อจนแทบขยับตัวไม่ไหว ขาประจำต้นลองกอง ก็ออกไปเลาะลิมชิมล้างกลิ่นคาวสะตอพอเป็นพิธี     

แล้วคุณพลก็ขนพวกเราขึ้นรถ เพื่อไปทะเล ตกปลา ดำหมึกกัน ท่ามกลางแสงจันทร์

ดูรถที่รับพวกเรา และสภาพที่ต้องยืนเกาะคอกด้วยใจระทึก ช่างไม่ต่างกับการขนแรงงานต่าวด้าวไปส่งตลาดเย ให้ตายสิ      .....โดยเฉพาะคู่ที่อมแก้มจูจุ๊บเหมือนถูกพรากลาจากกัน    

หลังอาหารค่ำ ที่อิ่มตื้อจนแทบขยับตัวไม่ไหว ขาประจำต้นลองกอง ก็ออกไปเลาะลิมชิมล้างกลิ่นคาวสะตอพอเป็นพิธี     

แล้วคุณพลก็ขนพวกเราขึ้นรถ เพื่อไปทะเล ล่องเรือตกปลา ดำหมึกกัน ท่ามกลางแสงจันทร์

ดูรถที่รับพวกเรา และสภาพที่ต้องยืนเกาะคอกด้วยใจระทึก ช่างไม่ต่างกับการขนแรงงานต่าวด้าวไปส่งตลาดเล้ย ให้ตายสิ      .....โดยเฉพาะคู่ที่อมแก้มจูจุ๊บ เหมือนกำลังจะถูกพรากลาจากกัน

ปุเลงๆไปจนถึงที่ ผ่านการกระดกกระด อนกระแทกกระทั้น จนเอวเคล็ด กลับปรกฎว่ามืดสนิทมองไม่เห็นแม้คนที่ยืนห่ างกันแค่ฝ่ามือ ก็เลยฟาวล์ตามระเบียบ นั่งรถกลับ ทั้งๆที่บางคนเตรียมเสื้อชูชีพมาด้วยนะเนี่ย....

โปรดสังเกต .....ขากลับ มีเขมรอพยพหลบหน้าหลบตาขอติดรถกลับมาด้วย 2 คนครับ

บันทึกสำหรับวันแรก ก็จบลง ณ ที่นี่ครับ

Tags : เที่ยวชุมพร

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

*

*

view

ติดต่อเรา / Contact us

E-mail : Bailang@windows.com

Or http://bailang.igetweb.com

view